วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554
โคคูน(ถุงไข่ไส้เดือน)
หลังจากปล่อยไส้เดือนเลี้ยงไปได้สัก ระยะหนึ่ง เมื่อไส้เดือนโตเต็มไว แล้ว ใช้เวลา ประมาณ 4-6 เดือน(หลังจากออกจากถุงไข่)ก็จะถึงระยะสืบพันธุ์ สามารถสืบพันธุ์ได้ตลอดทั้่งปี เมื่อสืบพันธุ์แลกน้ำเชื้อกันเรียบร้อยแล้ว ไส้เดือนก็จะวางไข่(โคคูน) ไส้เืดือนจะวางไข่ได้ประมาณเดือนละ 2 ถุง และใช้เวลา อีก 30- 45 วัน ไส้เดือนจึงจะฟักออกจากถุงไข่ เป็นไส้เดือนตัวน้อยครับ .... เอารูปโคคูนมากฝากด้วยครับ
วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554
ถางหญ้า ปรับสวนไผ่ ใหม่
ช่วงนี้หน้าฝน ฝนตกบ่อย สวนไผ่ ก็เริ่มมีหญ้าขึ้นบ้าง พอสมควร ดูรกทึบไปหมด จึงต้องมีการถางหญ้าปรับ ทาง สวนไผ่ กันหน่อย ลงมือครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากถางหญ้าที่รก และแย่งอาหารไผ่กิน แล้วก็โรยด้วยฟางข้าว เพื่อให้เก็บความชุ่มชื้นในดินให้ดียิ่งขึ้น ครับผม ........
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ความชื้น สำคัญไฉน
ความชื้น ในการเลี้ยงไส้เดือน นั้นสำคัญมาก ถ้าแห้งไป มีผลต่อจำนวนไส้เดือน และมีผลต่อโคคูน(ไข่ไส้เดือน)ทำให้อัตราการเกิดลดน้อยลง ความชื้นที่ดีในการเลี้ยงไส้เดือน อยู่ที่ 80% ห้ามแฉะ ถ้าแฉะจะทำให้เกิดการเน่าได้ง่ายซึ่ง ทำให้เบดดิ้ง เป็นกรดได้อีกต่อหนึ่ง ดังนั้นความชื้น ในการเลี้ยงไส้เดือนนั้นต้องให้ความสำคัญ เป็นอันดับต้นๆ เลยละครับ
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เอารูปไผ่มาฝาก
ต้นไผ่ช่วงนี้มีกิ่งแม่ออกมาเกือบหมดทุกต้นที่ปลูกแล้ว มีตายไป 6 ต้น เนื่องจากเจอปลอกกินแต่โดยรวมก็ออกหน่อได้ดีครับ โดยเฉพาะ ไผ่ตงอินโด กับตงลืมแล้ง จะออก หน่อ ดกเป็นพิเศษ ....
วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554
หมักดินให้ชัวร์
หมักดินให้ชัวร์ เพื่อเอาไปเลี้ยงไส้เดือน ใช้เวลา 1 เดือน(ในช่วงหมักต้อง หมั่นลดน้ำบ่อยๆ ด้วย) ส่วนผสม ก็คือ ขี้วัวนมล้วนครับ ส่วนความเค็มของ มูลวัว แต่ละชุดที่ได้มาก็ เค็มไม่เท่ากัน ถ้าเค็มมาก เวลาเอาไปเลี้ยงก็จะเกิดปัญหาไส้เดือนตายได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเมื่อหมักดินครบ 1 เดือน แล้ว ก่อนนำไปใช้จริง ควรนำดินไปทดลองเลี้ยงจริง 1 ชุดก่อน ถ้าเลี้ยงไป 3-4 วันไม่มีไส้เดือนตาย แสดงว่าใช้ได้ หรือ อีกวิธีหนึ่ง ในช่วงที่หมักดิน ให้ใช้น้ำชะล้างบ่อยๆ ความเค็มของขี้วัวนม ก็จะลดลงครับ เอามาแบ่งปัน ลองทดลองกันดู นะครับ
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ปัญหาไส้เดือน ตายบ่อย
ช่วงนี้ออกจะ ยุ่งๆ เนื่องจากรถพัง ต้องฟิตเครื่องใหม่ เลยไม่ค่อยมีเวลาดูไส้เดือน พอว่างๆ มาดูเห็นมีไส้เดือนขึ้นมาตายบ้าง บางตัวเน่า บางตัวมีไรขาว-ไรแดง กัดกิน เลยขอมาแนะนำวิธีแก้ในแบบของผมหน่อยครับ ข้อสำคัญ คือดินที่ใส่ต้องหมักให้ได้ตามกำหนดก่อน ส่วนเรื่อง ไรขาว ไรแดงผมว่าถ้าดินหมักได้ตามกำหนดแล้วไส้เดือนก็จะอยู่ใต้ดิน พวกไรพวกนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรไส้เดือนได้ ที่ไรพวกนี้กัดกินไส้เดือนได้ก็เพระว่าดินมีปัญหาไส้เดือนถึงขึ้นมาอยู่บนดินหรือไส้เดือนอ่อนแอ พอขึ้นมาจึงถูกเจ้าพวกนี้ ดูดน้ำเลี้ยงที่ตัวไส้เดือนได้ ถ้าดิน(ขี้วัว)หมักได้กำหนดหมดความเค็มและไม่เป็นกรด ก็หมดปัญหา แต่ถ้าในกรณีที่เกิดปัญหาไปแล้ว ลองเพิ่มดินใหม่ที่หมักแล้ว ลงไปดูนะครับ
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ปุ๋ยไส้เดือนดิน พร้อมใช้
หลังจากแยกไส้เดือน ครั้งแรกไปแล้ว ต้องเก็บดินไว้ เพื่อ อนุบาลลูกไส้เดือน ตัวน้อยที่ยังอยู่ในเบดดิ้ง เมื่อครบกำหนด ก็แยกลูกไส้เดือนอีกครั้งหนึ่ง ส่วนดินที่เหลือก็สามารถเอาไปใช้เป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้เลยครับ
วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
อาหารที่เป็นอันตรายต่อไส้เดือน
อาหารของไส้เดือน ถ้าเลี้ยงแบบไม่ใส่อาหารก็เป็นพวกขี้วัวล้วนก็ได้(เหมาะกับเลี้ยงพอผลิตปุ๋ย) ถ้าเลี้ยงแบบให้ตัวใหญ่หน่อย ก็ให้อาหารจำพวก เศษผัก เศษผลไม้ เศษแตงโมจะชอบเป็นพิเศษครับ แต่จะต้องผ่านกระบวนการหมักทิ้งไว้ซัก 2 วันก่อนนำไปให้ไส้เดือน (ไส้เดือนกินอาหารโดยการดูด) ส่วนอาหารจำพวกแป้ง โปรตีน และ จำพวก เปรี้ยว เผ็ด ควรหมักทิ้งไว้นานหน่อยเพื่อให้คลายความร้อนไปให้หมดก่อน ถ้าเอาไปให้ไส้เดือนเลยจะเป็นอันตรายกับไส้เดือนทำให้ตายได้ ถ้าเลือกได้ในช่วงเริ่มเลี้ยงแรกๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกนี้ไปก่อนจะดีกว่านะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)