วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ไผ่หลังน้ำท่วม ไปแล้ว 2 เดือน
ไม่ได้เจอกันซะนานครับ หลังจากน้ำท่วม ตอนนี้สถานการณ์ พอคลี่คลาย ก็เลยต่อคอมพิวเตอร์ อัพรูปได้ครับ วันนี้มีรูปต้นไผ่ หลังจากถูกน้ำท่วม ไปแล้ว 2 เดือนมาฝากครับ ส่วนไผ่ที่ตาย ก็มี ไผ่สีทอง,ไผ่บงหวาน,ไผ่เปาะน่าน,ไผ่ช้างยักษ์น่าน,ไผ่ซางหม่น,ไผ่หกยักษ์,ไผ่หม่าจู,ไผ่ตงศรีปราจีน ส่วนไผ่ที่รอดตายจาก วิกฤตครั้งนี้ เป็น ไผ่กิมซุ่ง,ไผ่ตงลืมแล้ง,ไผ่ตงอินโด ฯ ไปดูภาพกันเลยครับ
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
น้ำท่วม
ช่วงนี้ น้ำท่วม หลายๆ จังหวัด ซึ่งสวนไผ่ของผมก็โดนน้ำท่วมด้วยเหมือนกันครับ ระดับน้ำตอนนี้ ก็ไม่มากไม่น้อย แค่กำลังจะติดพื้นชั้น 2 ครับ ส่วน สวนไผ่ ของผมก็โผล่เหลือยอด อยู่ นิดเดียวเอง นับจากวันเริ่มปลูก ก็ได้ 5 เดือนครึ่งครับ จะรอดหรือไม่รอด ก็จะได้รู้กันชัดๆ ไปเลยครับว่าไผ่พันธุ์นี้จะทนน้ำท่วมอย่างที่พูดกันจริงรึเปล่า รอน้ำลดแล้ว จะมาแจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ ขอบคุณครับ
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
นำเสนอ วิธีกำจัดไรต่างๆ หอยและแมลงหางดีด อีกวิธี
มาแนะนำวิธีกำจัด เจ้าพวกตัวไรต่างๆ,หอย,แมลงหางดีด อีกวิธีนึง ในแบบของผม คือ ใช้กระดาษลังแช่น้ำครับ แต่ต้องแช่ไว้ซัก 1 วัน นะครับ แล้วเอาไปวาง บนหน้าเบดดิ้ง แล้วเจ้าพวกแมลงกับไรและหอยพวกนี้จะเข้ามาเกาะอยู่ใต้กระดาษลัง มากมาย หลังจากนั้น เราจะเอาไปทิ้ง หรือจะปล่อยไว้ก่อนก็ได้ครับ เพราะ เจ้าพวกนี้จะมาเกาะอยู่ที่กระดาษ ไม่ไปรบกวน ไส้เดือน แต่ถ้ามีจำนวนมาก ก็เอาไปเขยาะทิ้ง ในกะละมัง(ใส่น้ำนิดหน่อย) และทำซ้ำ ก็จะทำให้เบาบางลง นะครับ
วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554
หน้าที่ ไรแดง และการกำจัด ไรแดง
ไรแดง เป็นสัตว์เล็กๆจำพวกแมงไม่ใช่แมลง(แมลงมีขา 3 คู่ แมงมีขา 4 คู่)ไรเป็นสัตว์เล็กๆที่พบอยู่ทั่วไม่ว่าทุกหน ทุกแห่งในโลก ไม่ว่าจะเป็นในดินในน้ำ ในเศษซากอินทรีย์วัตถุต่างๆ ในอาหารในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย บนพืชบนตัว สัตว์และแม้กระทั่งบนร่างกายของมนุษย์ ในบทความนี้ขอพูดถึง ไร ที่อาศัยในดิน ไรเหล่านี้จะทำหน้าที่ย่อยสลายเศษซาก อินทรีย์วัตถุต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่รากพืชสามารถดูดซึมไปใช้ ได้ง่ายขึ้น จนบางครั้งเราสามารถวัดความอุดมสมบูรณ์ของดินได้จากความหลากหลาย และปริมาณของไร ที่อาศัย อยู่ในดิน ดังนั้น ไรแดง ที่เกิดขึ้นในการ เลี้ยงไส้เดือน หน้าที่ของมัน ก็คือ ย่อยเศษซาก อินทรีย์วัตถุ ซึ่งรวมถึงไส้เดือน ตัวที่อ่อนแอ และขึ้นมา ตายอยู่บนเบดดิ้ง ตัวไรแดงนี้ก็ จะทำการย่อยสลาย เช่นกัน (ไม่ใช่ว่าตัวไรแดงนี้กัดไส้เดือนจนตายเพียงแต่ว่าไส้เดือนตายแล้วขึ้นมาอยู่บนเบดดิ้งและตัวไรถึงเข้าไปย่อยสลายซากไส้เดือนนั้น) ส่วนตัวที่แข็งแรง และอยู่ในชั้นดิน ไรก็ไม่สามารถทำอะไรได้ อย่างมากตัวไร นี้ ก็แค่สร้างความรำคาญให้กับผู้เลี้ยงไส้เดือน มากกว่า ส่วนวิธี กำจัด ให้ใช้ เปลือกแตงโม ทาด้วย นมข้นหวาน เปลือกแตงโม จะทำหน้าที่ ล่อไรแดง เข้ามา ส่วนนมข้นหวาน จะทำหน้าที่ ให้ ไร ติดความข้นเหนี่ยวของนม ไปไหนไม่ได้ครับ ทิ้งไว้ให้มาติดเยอะๆ แล้วค่อยนำไปทิ้ง ครับ ลองเอาไปใช้ดูนะครับ
เพิ่มมูลวัว ได้เมื่อไหร่
ในรอบการเลี้ยงไส้เดือน คือ 45-60 วัน แต่ในช่วงระหว่างนั้น ประมาณ 30 วันไปแล้ว เบดดิ้งจะเริ่มเป็นมูล บางส่วน (สังเกตุได้จากมูลไส้เดือนที่ขึ้นมาอยู่บนเบดดิ้ง) จึงต้องมีการเพิ่มมูลวัว เข้าไปใหม่ เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น และอัตราการขยายพันธุ์ที่ดีขึ้นด้วย ขั้นตอนการเพิ่มมูลวัว ก็ไม่มีอะไรมากครับ หมักดินให้ชัวร์ก่อน ฉีดน้ำล้าง ซักที ก่อนเอาืไปใช้ รอให้หมาดหน่อย แล้วสามารถเอาไปใส่เพิ่มที่เบดดิ้งเก่าได้เลยครับ พอเพิ่มดินรอบนี้แล้ว รอบต่อไป ครบ 45-60 วัน ก็เก็บเกี่ยว(Harvest)ได้เลยครับ ส่วนความสูงของเบดดิ้่งที่ดี ควรอยู่ ที่ 6 นิ้วครับ
วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554
ข้อควรระวังในการปลูกไผ่
หลังจากที่ได้ลงมือปลูกไผ่ไปแล้ว ก็เห็นข้อบกพร่อง บางประการในขั้นตอนการปลูก จึงอยากจะเอามาแบ่งปัน เผื่อ จะเป็นข้อมูลกับผู้ที่กำลังจะลงมือปลูกไผ่
1.หลุม ปลูกจะต้องไม่ลึก และตื้นจนเกินไป ถ้าลึก เกินไปจะทำให้หน่อที่จะแทงขึ้นมาใหม่ไม่สามารถแทงขึ้นมาได้ และเน่าไปในที่สุด และถ้าตื้นเกินไปจะทำให้ เวลาไผ่โต แล้วรากมันจะลอยเกินไป มีผลกับการเกิดหน่อ
2.ก่อนลงปลูก ต้องลองก้นหลุมด้วย ปุ๋ยคอก และ ฟูราดาน กันปลวก ด้วยในพื้นที่ ที่มีปลวก เยอะ
3.ปลูก เอียง 45 องศา จะแทงหน่อได้ดีและเร็วกว่า ปลูก ตรงๆ
4.ควรมือฟาง หรือเศษวัชพืช ปิดโคนต้น ไว้ จะทำให้เก็บความชื้นได้ดี
5.ในช่วงการปลูก 2-3 เดือนแรก ควรหมั่นใส่ปุ๋ยคอกสม่ำเสมอ
1.หลุม ปลูกจะต้องไม่ลึก และตื้นจนเกินไป ถ้าลึก เกินไปจะทำให้หน่อที่จะแทงขึ้นมาใหม่ไม่สามารถแทงขึ้นมาได้ และเน่าไปในที่สุด และถ้าตื้นเกินไปจะทำให้ เวลาไผ่โต แล้วรากมันจะลอยเกินไป มีผลกับการเกิดหน่อ
2.ก่อนลงปลูก ต้องลองก้นหลุมด้วย ปุ๋ยคอก และ ฟูราดาน กันปลวก ด้วยในพื้นที่ ที่มีปลวก เยอะ
3.ปลูก เอียง 45 องศา จะแทงหน่อได้ดีและเร็วกว่า ปลูก ตรงๆ
4.ควรมือฟาง หรือเศษวัชพืช ปิดโคนต้น ไว้ จะทำให้เก็บความชื้นได้ดี
5.ในช่วงการปลูก 2-3 เดือนแรก ควรหมั่นใส่ปุ๋ยคอกสม่ำเสมอ
วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554
โคคูน(ถุงไข่ไส้เดือน)
หลังจากปล่อยไส้เดือนเลี้ยงไปได้สัก ระยะหนึ่ง เมื่อไส้เดือนโตเต็มไว แล้ว ใช้เวลา ประมาณ 4-6 เดือน(หลังจากออกจากถุงไข่)ก็จะถึงระยะสืบพันธุ์ สามารถสืบพันธุ์ได้ตลอดทั้่งปี เมื่อสืบพันธุ์แลกน้ำเชื้อกันเรียบร้อยแล้ว ไส้เดือนก็จะวางไข่(โคคูน) ไส้เืดือนจะวางไข่ได้ประมาณเดือนละ 2 ถุง และใช้เวลา อีก 30- 45 วัน ไส้เดือนจึงจะฟักออกจากถุงไข่ เป็นไส้เดือนตัวน้อยครับ .... เอารูปโคคูนมากฝากด้วยครับ
วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554
ถางหญ้า ปรับสวนไผ่ ใหม่
ช่วงนี้หน้าฝน ฝนตกบ่อย สวนไผ่ ก็เริ่มมีหญ้าขึ้นบ้าง พอสมควร ดูรกทึบไปหมด จึงต้องมีการถางหญ้าปรับ ทาง สวนไผ่ กันหน่อย ลงมือครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากถางหญ้าที่รก และแย่งอาหารไผ่กิน แล้วก็โรยด้วยฟางข้าว เพื่อให้เก็บความชุ่มชื้นในดินให้ดียิ่งขึ้น ครับผม ........
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ความชื้น สำคัญไฉน
ความชื้น ในการเลี้ยงไส้เดือน นั้นสำคัญมาก ถ้าแห้งไป มีผลต่อจำนวนไส้เดือน และมีผลต่อโคคูน(ไข่ไส้เดือน)ทำให้อัตราการเกิดลดน้อยลง ความชื้นที่ดีในการเลี้ยงไส้เดือน อยู่ที่ 80% ห้ามแฉะ ถ้าแฉะจะทำให้เกิดการเน่าได้ง่ายซึ่ง ทำให้เบดดิ้ง เป็นกรดได้อีกต่อหนึ่ง ดังนั้นความชื้น ในการเลี้ยงไส้เดือนนั้นต้องให้ความสำคัญ เป็นอันดับต้นๆ เลยละครับ
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554
เอารูปไผ่มาฝาก
ต้นไผ่ช่วงนี้มีกิ่งแม่ออกมาเกือบหมดทุกต้นที่ปลูกแล้ว มีตายไป 6 ต้น เนื่องจากเจอปลอกกินแต่โดยรวมก็ออกหน่อได้ดีครับ โดยเฉพาะ ไผ่ตงอินโด กับตงลืมแล้ง จะออก หน่อ ดกเป็นพิเศษ ....
วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554
หมักดินให้ชัวร์
หมักดินให้ชัวร์ เพื่อเอาไปเลี้ยงไส้เดือน ใช้เวลา 1 เดือน(ในช่วงหมักต้อง หมั่นลดน้ำบ่อยๆ ด้วย) ส่วนผสม ก็คือ ขี้วัวนมล้วนครับ ส่วนความเค็มของ มูลวัว แต่ละชุดที่ได้มาก็ เค็มไม่เท่ากัน ถ้าเค็มมาก เวลาเอาไปเลี้ยงก็จะเกิดปัญหาไส้เดือนตายได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเมื่อหมักดินครบ 1 เดือน แล้ว ก่อนนำไปใช้จริง ควรนำดินไปทดลองเลี้ยงจริง 1 ชุดก่อน ถ้าเลี้ยงไป 3-4 วันไม่มีไส้เดือนตาย แสดงว่าใช้ได้ หรือ อีกวิธีหนึ่ง ในช่วงที่หมักดิน ให้ใช้น้ำชะล้างบ่อยๆ ความเค็มของขี้วัวนม ก็จะลดลงครับ เอามาแบ่งปัน ลองทดลองกันดู นะครับ
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ปัญหาไส้เดือน ตายบ่อย
ช่วงนี้ออกจะ ยุ่งๆ เนื่องจากรถพัง ต้องฟิตเครื่องใหม่ เลยไม่ค่อยมีเวลาดูไส้เดือน พอว่างๆ มาดูเห็นมีไส้เดือนขึ้นมาตายบ้าง บางตัวเน่า บางตัวมีไรขาว-ไรแดง กัดกิน เลยขอมาแนะนำวิธีแก้ในแบบของผมหน่อยครับ ข้อสำคัญ คือดินที่ใส่ต้องหมักให้ได้ตามกำหนดก่อน ส่วนเรื่อง ไรขาว ไรแดงผมว่าถ้าดินหมักได้ตามกำหนดแล้วไส้เดือนก็จะอยู่ใต้ดิน พวกไรพวกนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรไส้เดือนได้ ที่ไรพวกนี้กัดกินไส้เดือนได้ก็เพระว่าดินมีปัญหาไส้เดือนถึงขึ้นมาอยู่บนดินหรือไส้เดือนอ่อนแอ พอขึ้นมาจึงถูกเจ้าพวกนี้ ดูดน้ำเลี้ยงที่ตัวไส้เดือนได้ ถ้าดิน(ขี้วัว)หมักได้กำหนดหมดความเค็มและไม่เป็นกรด ก็หมดปัญหา แต่ถ้าในกรณีที่เกิดปัญหาไปแล้ว ลองเพิ่มดินใหม่ที่หมักแล้ว ลงไปดูนะครับ
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ปุ๋ยไส้เดือนดิน พร้อมใช้
หลังจากแยกไส้เดือน ครั้งแรกไปแล้ว ต้องเก็บดินไว้ เพื่อ อนุบาลลูกไส้เดือน ตัวน้อยที่ยังอยู่ในเบดดิ้ง เมื่อครบกำหนด ก็แยกลูกไส้เดือนอีกครั้งหนึ่ง ส่วนดินที่เหลือก็สามารถเอาไปใช้เป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้เลยครับ
วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
อาหารที่เป็นอันตรายต่อไส้เดือน
อาหารของไส้เดือน ถ้าเลี้ยงแบบไม่ใส่อาหารก็เป็นพวกขี้วัวล้วนก็ได้(เหมาะกับเลี้ยงพอผลิตปุ๋ย) ถ้าเลี้ยงแบบให้ตัวใหญ่หน่อย ก็ให้อาหารจำพวก เศษผัก เศษผลไม้ เศษแตงโมจะชอบเป็นพิเศษครับ แต่จะต้องผ่านกระบวนการหมักทิ้งไว้ซัก 2 วันก่อนนำไปให้ไส้เดือน (ไส้เดือนกินอาหารโดยการดูด) ส่วนอาหารจำพวกแป้ง โปรตีน และ จำพวก เปรี้ยว เผ็ด ควรหมักทิ้งไว้นานหน่อยเพื่อให้คลายความร้อนไปให้หมดก่อน ถ้าเอาไปให้ไส้เดือนเลยจะเป็นอันตรายกับไส้เดือนทำให้ตายได้ ถ้าเลือกได้ในช่วงเริ่มเลี้ยงแรกๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกนี้ไปก่อนจะดีกว่านะครับ
เปลี่ยนดินไส้เดือน
วันนี้ ครบ 2 เดือน ที่เลี้ยงไส้เดือนแล้ว ถึงเวลาเปลี่ยนดินให้ไส้เดือนซักที ถ้าให้ดี เวลาแยกไส้เดือนได้แล้ว ชั่งน้ำหนักไส้เดือนแล้วจดเก็บไว้ด้วยนะครับ จะได้ตรวจสอบได้ว่า ปริมาณของไส้เดือนลดหรือเพิ่มมากน้อยเพียงใด (ถ้ามีไส้เดือนเป็นจำนวนมากแล้ว ก็ กะกะ เอาก็ได้ครับ) และจดวัน/เดือน/ปี ที่เปลี่ยนดินไปด้วย เพื่อเป็นเครื่องช่วยจำว่าจะครบ 2 เดือนอีกครั้งเมื่อไหร่ และอีกข้อคือช่วงที่เปลี่ยนดินรอบนี้จะมีลูกไส้เดือนตัวเล็กอยู่เป็นจำนวนมากให้แยกดินเก็บไว้ และให้อาหารแก่ลูกไส้เดือนอีก 3-4 เดือน จึงแยกลูกไส้เดือนออกอีกครั้งนึง แล้วจึงสามารถเอาดินไปใช้ได้ครับ วันนี้ก็เลยเอารูปไส้เดือนที่แยกได้มาฝากด้วยครับ
วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
รูปไผ่ล่าสุด หลังจากปลูกไปได้ 2 เดือน
รูปหลังจากปลูกไผ่ไปได้ 2 เดือน ใส่ปุ๋ยไส้เดือนไป 1 ครั้ง หลังจากใส่ไปรู้สึกว่า ต้นไผ่ที่ยังไม่แทงหน่อก็สามารถแทงหน่อ ขึ้นมาให้เห็นได้ทันที ข้อดีของปุ๋ยไส้เดือน ก็คือ พืชสามารถเอาไปใช้ได้ทันที
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เศษผัก งอก
เมื่อ วันก่อน ใส่เศษผักบุ้ง เพื่อเป็นอาหารของไส้เดือน และด้วย คุณภาพของปุ๋ยไส้เดือน เศษผักบุ้ง วัน นี้ ก็งอก ขึ้นมาให้เห็น และก็เอารูป ต้นกระเพา กับต้นโหระพา ที่ใช้ปุ๋ยไส้เดือนมาฝากด้วยครับ สังเกตุดูว่าใบจะใหญ่ น่ากินมาก ครับ
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เปลี่ยนเบดดิ้ง ได้เมื่อไหร่
การเปลี่ยนเบดดิ้งให้ไส้เดือน ควรจะเปลี่ยนเมื่อเลี้ยงไส้เดือนมาได้ 45 วัน หรือ 2 เดือนครับ เพื่อความเจริญเติบโตที่ดีและเพิ่มประชากรของไส้เดือนให้ดียิ่งๆ ขึ้น และความชื้นที่ดีสำหรับเลี้ยงไส้เดือนแอฟริกัน ไนท์ อยู่้ ที่ 80% ส่วนเบดดิ้งเก่าหลังจากแยกไส้เดือนแล้ว ให้เก็บไว้ อีก 3-4 เดือน(ในช่วงนี้ควรให้ความชื้นและให้อาหารเสริมอย่างสม่ำเสมอ)เพื่อให้ลูกไส้เดือนโตขึ้นมาก่อนแล้วแยกออกอีกครั้ง จึงสามารถเอาดินไปใช้เป็นปุ๋ยได้ แต่หลักสำคัญในการเอาดินไปใช้ไม่ควรทำให้ดินแห้งเพราะจะทำให้จุลินทรีย์ในปุ๋ย น้อยลง ควรใช้แบบชื้นๆ จะคงคุณภาพได้ดีกว่า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)